ดูบทความตำนานพระทักขิณโมลีธาตุ

ตำนานพระทักขิณโมลีธาตุ

 

ภายในพระอุโบสถ วัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร จะเป็นภาพจิตรกรรมฝาผนังที่ว่าด้วยเรื่อง ตำานานพระทักขิณโมลีธาตุ ไว้โดยย่อ ตั้งแต่สมัยพุทธกาล
คราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จดอยจอมทอง แล้วทรงมีพุทธทำนาย จนกระทั่งถึง ยุคสมัยการสร้างวัดพระธาตุศรีจอมทอง วรวิหาร ในสมัยพระเมืองแก้ว พ.ศ. ๒๐๖๐

โดยภาพจิตรฝาผนังนี้ ได้มีการวาดขึ้นเมื่อครั้งที่ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์ พระอุโบสถ ในปีพ.ศ. ๒๕๔๓
 



พระพุทธเจ้าเสด็จมารับบิณฑบาตที่เมืองอังครัฏฐะ
แล้วทรงพยากรณ์ว่า พระบรมธาตุ มาประดิษฐาน ณ ดอยจอมทอง

ดอยจอมทอง มีสัณฐานเป็นภูเขาดินสูงจากระดับพื้นที่ราบอื่นยอดดอยลูกนี้ในสมัยพุทธกาลมีเมืองๆ หนึ่ง ชื่อว่า “เมืองอังครัฏฐะ” เจ้าผู้ครองเมืองนั้น ชื่อว่าพระยาอังครัฏฐะ
พระยาอังครัฏฐะได้ทราบข่าวจากพ่อค้าที่มาจากอินเดียว่า  
บัดนี้พระพุทธเจ้าบังเกิดขึ้นแล้วในโลกนี้   เวลานี้ประทับอยู่เมืองราชคฤห์  ในประเทศอินเดีย  ”จึงอธิษฐานขอให้
พระพุทธเจ้าเสด็จมาโปรด พระพุทธองค์ทรงทราบด้วยพระญาณแล้วจึงเสด็จมาสู่เมืองอังครัฏฐะ  ทรงแสดงธรรมและทรงพยากรณ์ไว้ว่า

เมื่อเราตถาคตนิพพานแล้ว ธาตุพระเศียรเบื้องขวาของเรา
จักมาประดิษฐานอยู่ ณ ดอยจอมทอง แห่งนี้

แล้วเสด็จกลับ ส่วนพระยาอังครัฏฐะทรงสดับพระดำรัสที่ตรัสพยากรณ์นั้นแล้ว  ได้ทรงรับสั่งให้สร้างสถูปไว้บนยอดดอยจอมทอง
ด้วยหวังว่าจะให้ เป็นที่ประดิษฐานพระบรมธาตุตามที่ทรงพยากรณ์ไว

  



พระเจ้าอโศกมหาราช ได้ขุดอุโมงค์ที่ดอยจอมทอง
แล้วสร้างสถูปไว้ในคูหา

กาลล่วงมาถึงรัชสมัยแห่งพระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์อินเดีย  พระองค์ได้เสด็จสู่ดอยจอมทองได้ขุดคูหาเป็นอุโมงค์ใต้พื้นดอยจอมทอง แล้วทรงรับสั่งให้สร้างพระสถูป
ไว้ภายในคูหานั้น ทรงอัญเชิญพระบรม ธาตุที่อยู่ในสถูปที่พระยาอังครัฏฐะรับสั่งให้สร้างไว้บนยอดดอยนั้น เข้าไปประดิษฐานในสถูปที่สร้างใหม่ในคูหาใต้พื้นดอยจอมทอง
แล้วรับสั่งให้เอาก้อนหินปิดปากถ้ำคูหาไว้ ทรงอธิษฐานไว้ว่า

ต่อไปข้างหน้า ถ้าพระเจ้าแผ่นดินและศรัทธาประชาชนมีความเลื่อมใส ในพระพุทธศาสนา
ขอให้พระบรมธาตุเจ้าเสด็จออกมาปรากฏ
แก่ฝูงชนให้ได้กราบไหว้สักการบูชา"

 

 


นายสร้อยและนางเม็ง สองสามีภริยาได้เริ่มสร้างวัดศรีจอมทอง
บนยอดดอยจอมทองและได้สร้างสืบต่อกันมา

เมื่อถึง พ.ศ. ๑๙๙๕ พ่อสร้อย แม่เม็ง สองสามีภรรยา บ้านอยู่ใกล้ กับดอยจอมทอง จึงได้เริ่มสร้างเป็นวัดขึ้นบนยอดดอยจอมทองนั้นแล้วให้ชื่อว่า วัดศรีจอมทอง
การสร้างวัดยังไม่เสร็จดี พ่อสร้อย
แม่เม็ง ก็ได้ถึงแก่กรรมไป ต่อมาเมื่อ พ.ศ. ๒๐๐๙ มีชาย ๒ คนชื่อสิบเงิน และสิบถัวได้ช่วยกันบูรณะวัดศรีจอมทองและก่อสร้าง
วิหารมุงหญ้าคาขึ้นหนึ่งหลัง จนเสร็จ  แล้วได้อาราธนาพระสารีปุตตเถระ
มาเป็นปฐมเจ้าอาวาส
 

 

 

ได้ปะพระบรมธาตุอยู่ในพระเกศโมลีพระพุทธรูป ที่อยู่ในวิหารวัดศรีจอมทอง

กาลล่วงมาถึง พ.ศ. ๒๐๔๒ ในสมัยที่พระธัมมปัญโญเถระเป็นเจ้าอาวาส มีตาปะขาวคนหนึ่งเกิดนิมิตฝันว่าเทวดามาบอกว่าที่ใต้พื้นวิหารบนยอดดอยที่ตั้งของวัดนี้มีพระบรมธาตุ
ของพระพุทธเจ้า
และพระบรมธาตุ    นั้นจักเสด็จออกมาให้ฝูงชนได้กราบไหว้   สักการบูชาต่อไป  ตาปะขาวจึงได้ไปเล่าความฝันให้เจ้าอาวาสฟัง    ท่านจึงได้ทำการอธิษฐานว่า

ถ้ามีจริงดังความฝันนั้นขอให้พระบรมธาตุจงเสด็จออกมา
ในเมื่อข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่นี้เถิด

เมื่ออธิษฐานแล้ว ในวันรุ่งขึ้น ได้พบพระบรมธาตุอยู่ในช่องใจกลาง
พระเกศโมลีของพระพุทธรูป ซึ่งตั้งอยู่ภายในวิหารนั้น  จึงได้เก็บรักษากันไว้ โดยเงียบๆ สืบมา



 
พระเมืองแก้ว เจ้าครองนครเชียงใหม่ได้สร้างวิหาร 
ปราสาทในวิหาร และอัญเชิญพระธาตุไว้ในปราสาท

ถึง พ.ศ. ๒๐๕๘ สมัยที่พระมหาสีลปัญโญเป็นเจ้าอาวาส ได้มีพระมหาพุทธญาโณเถระ  ได้ตำนานพระทักขิณโมลีธาตุ  มาจากเมืองพุกาม จึงได้สั่งให้พระอานันทะผู้เป็นศิษย์
ไปสืบดูพระบรมธาตุที่วัดศรีจอมทอง จึงได้ทำการสักการบูชาอธิษฐานอยู่ ฝ่ายพระมหาสีลปัญโญเมื่อ ได้เห็นอาการดังนั้นจึงได้นำเอาพระบรมธาตุที่ได้เก็บรักษากันต่อๆ มานั้น
ออกมาแสดงให้พระอานันทะทราบ พระอานันทะจึงได้นำความไปแจ้ง 
แก่พระมหาพุทธญาโณผู้เป็นอาจารย์ ฝ่ายพระมหาพุทธญาโณ  เมื่อได้ทราบดังนั้นจึงได้นำความไปทูล
พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช (พระเมืองแก้ว)  เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ให้ทรงทราบ


พ.ศ. ๒๐๖๐ พระเมืองแก้ว จึงอาราธนาให้พระมหาพุทธญาโณเป็นหัวหน้าไปสร้างวิหารจตุรมุข และก่อปราสาทไว้ภายในวิหารนั้นแล้วอัญเชิญพระบรมธาตุเข้าประดิษฐานไว้
ภายในปราสาทนั้น 
พระบรมธาตุจึงได้รับการเก็บรักษาไว้โดยวิธีนี้ ต่อๆ มาจนกระทั่งถึงกาลปัจจุบันน

04 มกราคม 2562

ผู้ชม 99 ครั้ง